Ethan Posted on 3:34 pm

กลเม็ดของคล็อปป์


เทคนิคของคล็อปป์
“ฤดูกาลที่แล้วเราชี้ให้เห็นแล้วว่าสามารถสู้ได้จนกระทั่งวันสุดท้าย ถ้าเกิดคุณดูรอยย่ำของผมก่อนหน้าที่ผ่านมา

คุณก็จะพบว่าผมเองก็เห็นแก่ได้ลุ้นจนกระทั่งเกมท้ายที่สุด มันเกิดเรื่องน่าอัศจรรย์ มันเหมือนแปลงเป็นติดอยู่แรกเตอร์ของผมไปแล้ว ผมจะทำเต็มกำลังเสมอเท่าที่เป็นได้”

เป็นประโยคที่พบร์เก้น คล็อปป์เคยกล่าวไว้ในตอนกำลังไปสู่ฤดูหนาว ในขณะนั้นหงส์แดงนำหัวหน้าฝูงทิ้งห่างแมนฯสิตี้ 8 แต้มจาก 12 เกมที่ผ่านไป

ใช่นะครับ ต่อพรีเมียร์ลีกที่กำลังกลับมาเตะอีกไม่กี่ในภายหน้า ครั้งนี้เขาเองก็อาจจะไม่ต้องไปต่อสู้จนกระทั่งเกมในที่สุด หงส์แดงขออีกชนะอีกสองนัดหมายเพียงแค่นั้นก็แต่งตั้งขึ้นเป็นแชมป์ลีกสูงสุดหนแรกรอบ30 ปี

เวลาผ่านไป ความหนาวถูกแทนที่ด้วยไออุ่นของดวงตะวัน ปัจจุบันผู้ฝึกสอนเชื้อสายภูเขาทช์ได้เปิดใจไว้กับสกาย สปอร์ตสว่าเขาคิดยังไงกับการที่จะจำต้องยกถ้วยโดยไม่มีเงาสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าแฟนบอล
“เมื่อบอลหยุดไป ในช่วงเวลานี้ใกล้จะมาแข่งขันได้แล้ว

มันคงจะไม่ใช่เรื่องหรอกว่าพวกเราจะได้แชมป์ที่ใดหรือมีคู่รักบอลหรือไม่แม้กระนั้นเพราะเหตุไรพวกเราจะต้องไปบากบั่นเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่เปลี่ยนแปลงมิได้ด้วย ผมเพียงแค่ต้องการพูดว่าผมคอยได้ หากว่าฤดูหน้าผ่านไป12หรือ13เกม พวกเราค่อยจัดพิธีการสังสรรค์ร่วมกับกองเชียร์ในเรื่องที่ได้รับอนุญาตให้ทำแล้ว ผมไม่แคร์หรอกถ้าเกิดควรต้องคอย ผู้ใดกันแน่กันจะหยุดพวกเราได้”

เว้นแต่ได้ยกโทรฟี้แล้วหงส์แดงก็ยังได้โอกาสทำลายสถิติคะแนนสูงสุดที่กลุ่มของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าเคยสร้างเอาไว้เมื่อฤดูกาล 2017/18 ด้วยการกวาดไป 100 แต้ม

“ปัญหาขณะนี้ก็คือเรายังมิได้เป็นแชมป์ ผมมิได้ปรารถนามาติดต่อสื่อสารว่าพวกเราตื่นตระหนกกับสิ่งนี้ถ้าคุณก็รู้ว่าผมอยากชนะทุกเกมที่ลงไปในสนาม พวกเราไม่ได้อยากชนะเพียงแค่สองเกมแต่ว่าพวกเราอยากชนะทุกเกม”

แน่ๆมันควรมีเบื้องหน้าเบื้องหลังที่เป็นกลเม็ดสู่ทุกการบรรลุเป้าหมาย…

1.แปลงติดอยู่แรกเตอร์
มีคำบอกเล่าของคนในชมรมยี่ห้อหงส์ “ไม่มีผู้ใดที่จะเข้ามาแล้วส่งผลให้เกิดแรงบวกกับสมาพันธ์มากมายเท่านี้ คนท้ายที่สุดก็ใบเสร็จรับเงินล์ แชงค์ลี่ย์”

คล็อปป์เคยนิยามจุดแข็งที่สุดของกลุ่มชุดนี้เอาไว้สั้นๆ”mentality monsters”ซึ่งส่วนตัวของเขาเองก็เห็นว่าเป็นจุดที่สำคัญที่สุดของคนที่มีดีเอ็นเอที่ชัย

“จุดสำคัญของจิตใจภายในต่อการเล่นบอลถ้าเช่นนั้นหรือ? มันเป็นทั้งสิ้นก็ว่าได้ไพเราะถึงแม้ว่าจะคุณมีแนวทางดีมากแค่ไหน มีความรู้ความเข้าใจเยี่ยมที่สุดแค่ไหนแม้กระนั้นคุณก็จะแงะมันออกมาใช้ได้ไม่เต็มคุณภาพหรอกถ้าเกิดไม่มีความเชื่อที่อยู่ด้านในตัวคุณเอง”

“บอลก็มิได้แตกต่างจากชีวิตธรรมดาของคนเรา ก้าวแรกที่จะไปบรรลุความสำเร็จก็ควรจะมีความมั่นใจและความเชื่อมั่นว่าคุณทำเป็นเสียก่อน มีปริศนาก็ควรมีคำตอบ คุณจะต้องการถามให้ตนเองสักกี่ข้อ อันไหนถูกหรืออันไหนไม่ถูกแม้กระนั้นในที่สุดถ้าหากคุณมีความหวาดกลัวนำพามาก่อน มันก็ยากที่จะทำสิ่งนั้นได้”

ตลอดสามทศวรรษมานี้หงส์แดงมีขวบหน้าปฎิทินที่เรียกว่าเฉียดฉิวจะได้แชมป์ลีกมาทั้งยังสมัยราฟา เบนิเตซหรือเบรนดินแดน ร็อดพบร์สโดยแต่ละชุดก็มีติดอยู่แรกเตอร์สะดุดตาแตกต่างกัน กระนั้นก็ไม่มีกลุ่มชุดไหนที่มีคุณลักษณะที่ฉายออกมาจากภายในหนักแน่นเท่านี้

ฤดูนี้มีหลุดเสมอกับแพ้ไปอย่างละเกมโดยนับรวมย้อนไปแล้วพวกเขาก็เสียทีให้คู่ปรปักษ์ในเกมลีกรวมเพียงแค่2 ครั้งแค่นั้นจากทั้งสิ้น 68 เกม

เคยมีคนพูดว่าสิ่งที่แต่ละกลุ่มแสดงออกมาในสนามก็เป็นการถ่ายทอดจากท่าทางของผู้ฝึกสอน นั่นแหละหงส์แดงกลุ่มนี้ก็ราวกับขัดเกลาออกมาจากติดอยู่แรกเตอร์ของคล็อปป์

2.แปลงแนวความคิด
มีสถิติหนึ่งที่น่าทึ่งก็คือฤดูกาลนี้หงส์แดงกลายเป็นข้างตามหลังคู่แข่งเฉลี่ยเพียงแค่ 8.7 นาทีแค่นั้นซึ่งก็เป็นว่าพวกเขาสามารถจัดแจงคู่ปรปักษ์ได้เกือบจะอยู่มือในทุกแมตช์ เวลาเดียวกัน 7 ครั้งที่ไม่ว่าโดนคนไหนกันทะลวงตาข่ายนำไปก่อน ก็มีถึง 6 ครั้งเช่นเดียวกันซึ่งสามารถไล่หลังตีคืนได้ คิดรวมทั้ง 86%

มีอยู่ตอนหนึ่งที่พวกเราได้มองเห็นแม่ทัพจากแอนฟิลด์มาพังทลายประตูในนาทีด้านหลังๆของเกมจนถึงมีคำยากใหม่ขึ้นมา”Jurgen Time”ซึ่งก็เป็นการเปรียเปรยๆกับ”Fergie Time”ของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันยุคคุมแมนฯยูไนเต็ด

“ความฟิตเป็นเรื่องจำเป็นแน่แต่ว่าคุณคงจะไม่สามารถที่จะไปสั่งพวกเขาได้หรอกว่าวิ่งเข้าไปจนกระทั่งวินาทีในที่สุดแล้วมุ่งหวังว่าพวกเราจะทำคะแนนได้ครั้งใดก็ตามต้องตามข้างหลัง”คล็อปป์ชี้แจง”แต่ว่ามันสำคัญกว่าที่คุณจะต้องมีความแน่ใจว่าทุกการขึ้นเกมหรือทุกช่องทางที่มีจะแปลงเป็นประตูได้”

“ความนึกคิดของนักฟุตบอลแตกต่างกันไปด้วยเหตุว่าแต่ละคนมาจากพื้นเพที่ไม่เหมือนกันแต่เมื่อทุกคนมารวมกันในสถานที่เดียวกันแล้ว มันก็ต้องหาขั้นตอนการที่จะให้ทุกความนึกคิดพุ่งไปยังจุดเดียวกัน นั่นเองพอเพียงพวกเราสามารถทำเป็นหนึ่งครั้ง ทุกคนก็จะเชื่อถือว่าครั้งลำดับที่สองหรือครั้งลำดับที่สามก็จะทำเป็นเหมือนกัน”

“ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มจากการซ้อม การคุยกันรวมทั้งจำเป็นต้องหวังว่ามันจะมีโชคสนับสนุนด้วย มันจำเป็นต้องอาศัยทุกๆสิ่งทุกๆอย่างประกอบกันแม้กระนั้นจุดแรกเลยเป็นความนึกคิดของทุกคนจำเป็นต้องคลิ๊กเข้าพบกันก่อน”

มีการแจงเนื้อหาการซ้อมบางเซสชั่นโดยคล็อปป์กับกลุ่มสตาฟฟ์เลือกจัดกลุ่มแบบ 11 คนต่อ 9 คนมาเจอะกันโดยให้กลุ่ม 9 คนเป็นกลุ่มรุกโดยบังคับเพราะเป็นข้างที่สกอร์ตามหลังอยู่ จำเป็นต้องยิงสองลูกเพื่อชนะ

3.เปลี่ยนบรรยากาศ
ในระหว่างที่ผมมาดำเนินงานให้หงส์แดงใหม่ๆผมก็แปลกใจว่าเพราะเหตุไรแฟนบอลถึงออกมาจากสนามเร็ว ผมไม่เคยรู้เรื่องเลยเแม้ผมบางทีอาจจินตนาการได้ถึงหัวข้อการจราจรข้างหลังเกมจบ”เจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์เอาไว้

บางบุคคลน่าจะไม่ลืมเลือนเกมที่พวกเขาแพ้ให้คริสตัล พาเลซติดอยู่รัง1-2 เมื่อฤดู2015/16 โดยข้างหลังเกมคล็อปป์เองได้พูดตรงๆถึงบรรดาเดอะ ค็อปตอนหลังเจอคนลุกจากเก้าอี้ก่อนเกมจบมากมาย”ผมรู้สึกว้าเหว่มากมาย”

ก็จะต้องถามหาอีกจุดแข็งของหงส์แดงแต่ไหนแต่ว่าไหร??

ใช่-พลังของกองเชียร์ในแอนฟิลด์หรือที่เรียกกันเคยปากว่า”ผู้เล่นผู้ที่12″

คล็อปป์ซึ่งคุ้นชินอยู่แล้วกับบรรยากาศยุคอยู่ดอร์ทมุนด์ก็ต้องการที่จะทำให้ถึงที่กะไว้แอนฟิลด์ เขามั่นใจว่าถ้าผลงานในบ้านดีทำให้แฟนบอลมีความเชื่อมั่นก็จะเป็นฐานรากไปสู่การบรรลุผล

หนสุดท้ายที่พวกเขาเผชิญหายนะในเกมพรีเมียร์ลีกติดอยู่รังสีแดงของตนก็จำเป็นต้องหมุนเข็มนาฬิกากลับไปไกลถึงเมษายนปี 2017 หรือ 55 เกมผ่านมาแล้ว

“ผมเองเคยออกมาจากสนามก่อนเวลาที่เข้าไปมองกลุ่มคู่ปรปักษ์ลงเตะแต่ว่ากับกองเชียร์?

ผมเองก็ไม่รู้เรื่องเลยด้วยเหตุนี้ทางเดียวที่จะทำให้พวกเขาอยู่จนถึงจบเกมก็คือสร้างบรรยากาศที่ให้มองฮึกเหิม มันเสมือนความอุตสาหะที่ทำแล้วแม้ล้มเหลวก็จะต้องเพียรพยายามไปอีกจนถึงท้ายที่สุดพอเพียงทำเป็นก็จะแปลงเป็นความใกล้ชิดไปเอง”

“มันมีผู้เล่นบางบุคคลอยู่กับกลุ่มมา4ปีหรือมากยิ่งกว่านั้น บางบุคคลก็บางทีก็อาจจะน้อยกว่านั้นแม้กระนั้นทุกคนจำเป็นต้องสะท้านเช่นเดียวกันว่าเราสามารถได้พลังงานอันมากจากปัจจัยภายนอกโดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟนบอล”